
เที่ยวประเทศสิงคโปร์ หนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวที่คนไทยเดินทางสะดวก นั่งเครื่องบินไม่ไกลและไม่ต้องขอวีซ่าในการเข้าประเทศ แถมยังมีสถานที่ท่องเที่ยวครบถ้วนอีกด้วย
วันนี้เรามีอีกหนึ่งโปรแกรมท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์มาฝากกันอีกแล้ว ทั้งตระเวนกินจัดหนัก บะกุ๊ดเต๋, Chilli Crab ฯลฯ พาไปตะลุยบ้านผีสิงใน Universal Studios Singapore เดินไต่หอคอยสูง Vertical SkyWalk เล่นรถไถล Skyline Luge Sentosa เดินข้ามสะพานคลื่น Henderson Wave Bridge ถ่ายภาพมุมสุดสวยที่ Fort Canning
และพาไปชมห้องพักแบบตู้ปลา Ocean Suite ของโรงแรม Equarius Hotel ไฮไลท์คือวิวหน้าต่างของห้องนอนจะเป็นตู้ปลาจาก Aquarium ครับ ซึ่งเราสามารถนอนชมปลา หรือจะแช่น้ำในอ่างจากุสซี่ก็ได้
สุดท้ายพาไปแนะนำสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตแอร์เอเชีย ธนาคารกรุงเทพ มันดียังไง ตามไปรับชมรีวิวกันครับ
เพื่ออรรถรสในการรับชม ท่านสามารถชมรีวิวในรูปแบบคลิปกันครับ
เช้าวันเดินทางน้องเกรซน้องกายตื่นเต้นกันแต่เช้า เพื่อที่จะไม่ต้องไปเสียเวลาหาที่จอดรถที่สนามบินดอนเมือง พวกเราเลยเรียก GRAB CAR ไปส่งแทน รถของ GRAB มารับถึงบ้านเลย ไม่ต้องออกไปโบกเรียกให้เหนื่อย พอถึงก็ไม่ต้องจ่ายเงินทอนเงินให้เสียเวลา เพราะสามารถให้ตัดเงินผ่านบัตรเครดิตแอร์เอเชียเราที่ผูกไว้ได้เลย สะดวกสบายดีจริงๆ
มาถึงสนามบินดอนเมืองก็เช็คอินกันก่อนเลย คุณนายแอนเพิ่งสมัครบัตรเครดิตแอร์เอเชีย ธนาคารกรุงเทพมา สำหรับสมาชิกที่ถือบัตร เค้าจะมีช่องเช็คอินพิเศษ Xpress Check In เดินพรมแดงเข้าไปเช็คอินสบายๆไม่ต้องต่อคิวยาวได้เลย
ทุกการใช้จ่าย 20 บาทรับ 1 คะแนน BIG Points และรับคะแนนเป็น 3 เท่าเมื่อซื้อบัตรโดยสาร และมีสิทธิจองตั๋วเวลามีโปรลดราคาได้ก่อนคนอื่น 16 ชั่วโมง เก้าอี้มันก็จะมีให้เลือกเยอะ จองง่ายกว่าชาวบ้าน ได้เปรียบเยอะครับ
ใครสนใจสมัครบัตรได้ตามลิงก์นี้เลย http://www.bangkokbank.com/BangkokBankThai/PersonalBanking/DailyBanking/CreditCards/Pages/onlineRegister.aspx?CampaignID=3
แถมยังเลือกที่นั่ง Hot seat + รับน้ำหนักกระเป๋าฟรีอย่างละ 4 ใบต่อปี
กระเป๋าสัมภาระจะได้รับการติด Tag Xpress Baggage ด่วนพิเศษ รับกระเป๋าก่อนชาวบ้านชาวช่องเค้าด้วย
ผู้ถือบัตรเครดิตแอร์เอเชีย ธนาคารกรุงเทพยังสามารถ XPRESS BOARDING ขึ้นเครื่องได้ก่อนใครด้วย
แถมบนเครื่องบินแสดงบัตรรับเครื่องดื่มฟรีอีก 60 บาทด้วย สุดยอด
หม่ำข้าวกันนะ แปปเดียวก็ถึงสิงคโปร์แล้ว
มาถึงก็ไปทานบะกุดเต๋ที่ร้านดัง SONG FA BAK KUT TEH กัน ร้านนี้เป็นร้านขึ้นชื่อและเก่าแก่ เรียกว่าใครไปใครมาสิงคโปร์เป็นต้องแวะร้านนี้กัน จะบอกว่าจริงๆเมื่อก่อนมีร้านที่อร่อยกว่านี้แต่ด้วยความที่ลูกหลานไม่สนใจสืบทอดกิจการ เลยทำให้ความมีชื่อเสียงและความอร่อยลดลง ร้าน SONG FA BAK KUT TEH เลยเรียกได้ว่ามีชื่อเสียงที่สุดในตอนนี้
บรรยากาศภายในร้านก็ตกแต่งจำลองบรรยากาศในสมัยโบราณ
จัดมาเต็มโต๊ะจ้า บะกุดเต๋น้ำซุปดีงาม เนื้อก็ร่อนกระดูก อร่อยมากเลย น้ำซุปเค้าจะออกใสๆแต่รสชาติเข้มข้นและเผ็ดพริกไทยมาก ซดคล่องคอเชียว ซุปหมดเติมได้ตลอดนะจ๊ะ นอกจากบะกุ๊ดเต๋ เค้าก็มีพวกเครื่องในหมู ผักดอง คะน้าน้ำมันหอย หรือจะทานกับปาท่องโก๋ก็อร่อยดี
อิ่มกันแล้วไปเที่ยวกันต่อที่สะพานคลื่น Henderson Wave Bridge
เอ้าทุกคนโหนกันจ้า
ขอคุณนายแอนกระโดดหน่อยนะ
วิวจากบนสะพาน Henderson Wave Bridge สวยมาก ชอบประเทศสิงคโปร์นะ ถึงจะเป็นเกาะเล็กๆแต่เมืองเค้ามีต้นไม้ใหญ่หนาแน่นมากๆ ตอนที่เค้าเริ่มปลูกต้นไม้มีนโยบาย 10 ปีแรกปลูกต้นไม้ใหญ่ อีก 10 ปีต่อมาปลูกไม้ดอก จนทำให้ตอนนี้ไม่รู้เป็นเมืองล้อมป่าหรือป่าล้อมเมืองกันแน่
เย็นๆเรามาเดินเล่นย่าน Clarke Quay กัน บริเวณนี้จะมีอาคารสีสันสวยงามอยู่ริมน้ำ ตรงนั้นก็จะเป็นย่างผับบาร์ให้หนุ่มสาวได้มานั่งชิลล์ๆกัน พวกเรามีเด็กขอผ่านเนอะเลยย้ายฝั่งมานั่งชมเรือแล่นผ่านไปผ่านมาก็เพลินดี
เผลอแปปเดียวคุณนายแอนไปช็อปปิ้งกระเป๋าและรองเท้าจากร้าน Charles & Keith เรียบร้อย
มื้อเย็นเราไปดินเนอร์กันที่ร้าน JUMBO SEAFOOD GALLERY กัน ถือเป็นอีกหนึ่งร้านเด็ดที่เรียกว่าอยากให้มาชิมกัน แอบบอกหน่อยคิวยาวมากนะ เผื่อเวลาเผื่อความหิว หรือหาวิธีจองล่วงหน้ามาก็ดี
ป้ายชื่อร้านขึ้นว่า Seafood เพราะฉะนั้นความสดไม่ต้องพูดถึงจ้า จานนี้กุ้งอบเกลือสดมากจริงๆ แต่เค้ากินกับซีอิ้วดำ แอบแปลกไปนิดไม่ค่อยชิน แนะนำให้พกน้ำจิ้มซีฟู้ดส์ไปด้วยนะ ฟินแน่นอน
ต่อด้วยซุปปูจ้า ในซุปใส่อะไรบ้างจำไม่ได้จริงๆขออภัย คือกินเยอะจัด
ปลานึ่งซีอิ้วบอกแล้วความสดนี่ยกให้เลย เพราะเค้าตักมาจากตู้แบบเป็นๆเลยจ้า
หลายๆคนที่ตั้งใจไปทาน คงมาทานเพราะปู ปูเค้าตัวใหญ่เนื้อแน่นมากๆ จานนี้เป็นปูผัดพริกไทยดำ รสชาติจัดจ้านที่สุด
ถึงจะเป็นร้านซีฟู้ดส์ แต่ก็มีเมนูไก่ย่างนี่อร่อยมาก อร่อยจนอยากสั่งเพิ่ม ทุกคนชมหมด แนะนำให้สั่งเลย
มาถึงทีเด็ดคือ Chilli Crab รสชาติเผ็ดเบาๆ
ทานอร่อยแต่เลอะเทอะมาก ถุงมือนี่เพื่อนร่วมทริปพกมานะ ร้านไม่มีให้นะจ๊ะ
มาชมที่พักที่โรงแรม Equarius Hotel บนเกาะ Sentosa กันครับ
ห้องพักกว้างขวางใหญ่โตมาก
ห้องน้ำอลังการไม่แพ้กัน
เช้าวันใหม่ได้เวลาไปเที่ยวบนเกาะเซนโตซ่ากัน
เราเริ่มต้นด้วยกันไปดูโซนเครื่องเล่นใหม่ล่าสุดของ AJ Hackett Sentosa กัน
หอสูงตรงนี้สามารถกระโดดบันจี้จัมพ์ลงมาเอาหัวจุ่มสระน้ำได้เลย
นอกจาก Bungy Jump แล้วก็ยังมี Vertical SkyWalk และ Giant Swing ด้วย ราคาค่าบริการตามภาพนี้เลย
ผมเลือกเล่น Vertical SkyWalk ครับเพราะยังไม่เคยเล่นเลย
Vertical SkyWalk เป็นการเดินไต่หอสูงเอาหน้าลงมาลงพื้น โดยเค้าจะผูกเราไว้กับเชือกแล้วค่อยๆเดินไต่ลงมา คือผมว่ามันหวาดเสียวกว่ากระโดดบันจี้จัมพ์อีก เพราะกระโดดลงมามันแปปเดียว แต่นี่เดินลงมานานมากกว่าเยอะครับ สุดท้ายผมว่ามันเหนื่อยเพราะเกร็งมาก (ที่จริงคนที่เดินเก่งๆจะไม่เหนื่อยนะ ไอ้เราทำไม่เป็นเอง)
เครื่องเล่นต่อไปที่ไปเล่นกัน คือ Skyride & Luge ครับ
ใครที่ถือบัตร MasterCard รับส่วนลด 6 SGD จากราคาเต็ม 38 SGD สำหรับ Luge 5 รอบนะ
เริ่มต้นด้วยการนั่งกระเช้า Skyride กันก่อนเลย ระหว่างทางวิวสวยมากๆ แต่วันนี้แดดร้อนไปหน่อยนะ ตัวแอบดำเลย 555
Luge เป็นการเล่นรถไถลลงมาจากเขา วิธีการเล่นก็ไม่ยาก ให้ดึงก้านบังคับมาด้านหลังเพื่อปล่อยรถไหลครับ เด็กๆอย่างน้องเกรซก็เล่นเองได้นะ
เล่นมาเหนื่อยๆเจอแดดแรงๆนี่แอบเพลียเลย มื้อเที่ยงแวะเติมพลังกันที่โรงแรม Le Meridien ลองทานอาหาร Set Lunch พื้นเมืองสไตล์สิงคโปร์กัน
จานแรกเป็น Gado Gado Salad เป็นสลัดผักลวกทานกับไข่ต้ม และมีแป้งคล้ายๆข้าวนึ่งแฉะๆ คลุกเคล้ากับน้ำคล้ายๆน้ำจิ้มสะเต๊ะ
จานหลักเป็น Black Pepper Char Kway Teow เรียกง่ายๆก๋วยเตี๋ยวผัดพริกไทยดำ รสชาติถูกปากคนไทยอย่างเราดี
ถ้าทานอาหารที่ Le Meridien ของหวานที่แนะนำให้ทานคงจะหนีไม่พ้นเอแคลร์ ซึ่งจะสอดไส้และรสชาติแตกต่างกันในแต่ละประเทศ เรียกว่าเอาของที่หาได้ง่ายมาทำนั่นเอง ส่วนวันนี้เรากินไส้สังขยาและราสเบอร์รี่กับมะพร้าว แถมด้วยช็อคโกแลตรูป Merlion อีกชิ้น
อิ่มแล้วมาเที่ยว Merlion กันต่อนะ
เข้ามาแล้วแวะถ่ายภาพแปป
ด้านในจะเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเจ้าเมอร์ไลอ้อน สัตว์ในจินตนาการตำนานและสัญลักษณ์ของคนที่นี่
ก่อนออกเอาบัตรไปใส่ปากสิงโต ได้เหรียญทองมาด้วย ถูกใจเด็กๆใหญ่เลย
ขึ้นลิฟท์ไปชั้นบนจะมีระเบียงให้ชมวิว และเข้าไปถ่ายรูปในปาก Merlion ก็ได้
ด้านหลังของเมอร์ไลอ้อนจะมีลานน้ำพุสีสันสดใสให้เดินเล่นกันต่อครับ
บ่ายแก่ๆ เรามาเดินเที่ยวที่ S.E.A. Aquarium กันต่อ
โปรโมชั่นสำหรับบัตรมาสเตอร์การ์ด ซื้อตั๋วผู้ใหญ่ 2 ใบ ลดพิเศษเหลือ 30 SGD จากปกติ 34 SGD และแถมฟรี Popcorn มูลค่า 6.5 SGD
แวะทักทายปลาไหลทั้งน่าเกลียดแต่ก็สวยงามในเวลาเดียวกัน
สัตว์น้ำที่นี่หลากหลายและเยอะมาก เดินชมกันเพลินครับ
เดินมาเรื่อยๆจะมาเจอกับโซนชมตู้ปลาขนาดใหญ่ที่เค้าว่ากันว่าเป็น The world’s largest viewing panel ครับ
มาชมห้องพัก ห้องพักตู้ปลา Ocean Suite แม้จะอยู่ภายใต้การดูแลของ Equarius Hotel แต่ห้องพักจริงกลับตั้งอยู่ในบริเวณ S.E.A. Aquarium ซึ่งมีจำนวน 11 ห้องเท่านั้น
ภายในห้องพักจะมี 2 ชั้นแบบ Duplex ชั้นบนจะเป็นห้องรับแขก และสระแช่ตัวที่ระเบียงห้อง
ส่วนชั้นล่างจะเป็นห้องนอน
แต่ไฮไลท์คือวิวหน้าต่างของห้องนอนจะเป็นตู้ปลาจาก Aquarium ครับ ซึ่งเราสามารถนอนชมปลา หรือจะแช่น้ำในอ่างจากุสซี่ก็ได้ เด็กๆชอบห้องนี้มากๆ
แต่เอาจริงๆอย่าว่าแต่เด็กเลยครับ ผู้ใหญ่อย่างเราก็ชอบมากจ้า
มื้อเย็นเรามาดินเนอร์ มื้อนี้หรูหน่อยเพราะมาทานที่ภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์อย่าง Curate กัน
อาหารก็จะมาคำเล็กๆ เริ่มด้วย Amuse Bouche
หรือของกินเล่นเรียกน้ำย่อยก่อน เชฟจัดมาให้
เราก็เริ่มเลยละกัน
มาเริ่มอาหารในคอร์สที่เราจะทานกันดีกว่า
Brie De Mauxe ขออภัยจานนี้อธิบายไม่ถูกจริงๆ รู้แต่ด้านนอกเป็นมันฝรั่ง มีสอดไส้เนื้อด้านใน จำได้ว่าอร่อยดีจ้า
จานนี้เป็น Alaska King Crab
Carabinero Prawn ราดน้ำรสชาติคล้ายๆลักซา (Laksa)
อาหารคาวจานสุดท้ายเป็น หมูสเปนพอร์คช็อพเนื้อหมูนุ่มๆราดซอส ทานกับแป้งพายนิ่มๆ
และก็มาถึงไฮไลท์ของทริปนี้ เรามางานเปิดตัว Halloween Horror Nights ที่จัดที่ Universal Studios Singapore ซึ่งจัดปีนี้เป็นปีที่ 7 ติดต่อกันแล้วครับ โดยจะจัดเฉพาะคืนศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ของเดือนตุลาคม เริ่ม 29 ก.ย.- 29 ต.ค.
และพิเศษสุดๆ สำหรับคนที่ถือบัตรเครดิต MasterCard รับส่วนลดผ่านบัตรจากปกติ 68 SGD เหลือเพียง 60 SGD
ภายในสวนสนุกที่คุ้นเคยก็จะถูกเปลี่ยนบรรยากาศให้กลายเป็นสถานที่สยองขวัญ
โดยมี Theme เป็นการฟื้นคืนชีพของ 7 บาปในโลกมนุษย์ ‘Sinister’ กับบ้านผีสิง 5 หลัง 2 โชว์ผีสุดเขย่าขวัญและ 2 โซนดูดวิญญาณ ทั้ง Death Mall / Make the cut / Hex / Inside the mind / Terracotta / Zombie Laser Tag
มันจะสยองขวัญแค่ไหนไปรับชมคลิปกันดีกว่านะ
ส่วนโซนที่ผมชอบเป็นพิเศษคือ ZOMBIE LASERTAG นั่นเอง
โดยด้านในจะแจกปืนเลเซอร์มาให้คนละกระบอก แล้วก็จะต้องยิงพวกซอมบี้ที่ออกมาโจมตีพวกเราครับ คือ เหล่าผีซอมบี้เล่นใหญ่มาก จัดเต็มความตื่นเต้นให้พวกเราสุดๆไปเลย
เช้าวันใหม่เริ่มต้นเที่ยวกันที่วัดพระเขี้ยวแก้ว (Buddha Tooth Relic) ในย่าน China Town ตัวอาคารจะเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน ซึ่งที่วัดพระเขี้ยวแก้วจะเป็นที่นิยมในการทำบุญเสริมดวง และแก้ปีชงกัน
ประตูเข้าก็สวยงามมาก
ภายในมีองค์พระตั้งเรียงกันเยอะสุดๆ งามมากๆ
บริเวณชั้น 1 ครับ
ด้านบนจะมีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนฟันไว้ แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพครับ
ในภาพจะเป็นเสาที่เดินหมุนได้นะครับ
ไม่ห่างจากวัดเราเดินตามทางผ่านร้านรวงช็อปปิ้งคล้ายๆสำเพ็งบ้านเรา จนมาเจอทางขึ้นไปร้าน Yum Cha (หยำฉ่า) หายากหน่อยนะ ตอนแรกมองไม่รู้ว่าเป็นร้านอาหารด้วยซ้ำ ก็เดินขึ้นบันไดมาเลย เป็นร้านขายอาหารประเภทติ่มซำร้านใหญ่พอดู
จานแรกเป็น Scallop Rolled with Filo Dough เป็นของทอดแป้งบางละเอียดสอดไส้ด้วยหอยเชลล์
ฮะเก๋ากุ้ง เนื้อกุ้งเยอะใช้ได้ แต่แป้งหนาไปหน่อยจ้า
ปลาผัดเปรี้ยวหวาน รสชาติกลางๆ
จริงๆมีอีกหลายเมนู ขอรวมๆไว้ในภาพเดียวละกัน อาหารร้านนี้จัดว่าค่อนข้างธรรมดา ไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้อร่อยมากเสียจนอยากกลับมาทานอีก
อิ่มกันแล้ว เราก็มาต่อกันที่ Fort Canning Park กัน
เดินมาตามทางสวยมาก
และนี่คือมุมมหาชนของที่นี่ สวยมั้ยๆ
และแล้วก็จบรีวิวเที่ยวสิงคโปร์ไปอย่างสมบูรณ์ หวังว่าทุกคนจะได้รับข้อมูลและความสุขกลับไปไม่มากก็น้อย วันนี้ลาไปก่อนนะ บะบายยย
สำหรับทริปสิงคโปร์ที่เคยเราได้เขียนรีวิวไว้กดได้ที่นี่เลยจ้า http://www.2madames.com/category/ทริปต่างประเทศ/เอเชีย/สิงคโปร์/
ปล.หากคุณชอบรีวิวของเรา เพียงแค่ฝากคอมเม้นท์ กด Like กด Share
หรืออยากใกล้ชิดกันมากขึ้น แอด Line มาได้เลย มีรีวิวใหม่จะส่งไปบอก อยากคุยกับแอดมิน Line มาคุยเลยจ้า ID : @2Madames กดตรงนี้ก็ได้
หรือ กรอกอีเมล์ที่ http://www.2madames.com/followus/ เพื่อเป็นกำลังใจเล็กๆแก่ครอบครัวสุขสันต์ 2 Madames หน่อยนะครับ ทั้งหมดที่ว่ามาไม่เสียตังค์จ้า
อย่าลืมแวะไปทักทายเราใน Facebook : 2 Madames Fan Page ด้วยนะครับ
2Madames
ครอบครัว 2 Madames เริ่มเขียนรีวิวมาตั้งแต่ปี 2007 บนห้องท่องเที่ยว Blueplanet ของเว็บไซค์ pantip.com โดยใช้นามปากกา (Login) ว่า "inint&anant" โดยมีภรรยาและลูกสาวคนแรกออกท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ จึงได้เกิดเป็นฉายา "สองคุณนาย" หรือ "2 Madames" นั่นเอง ได้แก่ คุณนายเล็ก (น้องเกรซ ลูกสาว) และคุณนายใหญ่(แอน ภรรยา) ภายหลังครอบครัว 2 Madames ได้มีสมาชิกเพิ่มอีก 2 คน คือลูกชาย "น้องกาย" และ "น้องเกล็น" ปัจจุบันยังคงออกเดินทาง สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกครอบครัวในการพาเด็กๆออกไปท่องโลกกว้างต่อไป